อะไรบ้างที่เกิดขึ้นช่วงสงกรานต์ปีนี้
1) ไปดูเรื่องแฝดมาแล้ว
เพราะรู้มาว่าเป็นผู้กำกับเดียวกันกับเรื่อง Shutter กดติดวิญญาณ หนังผีไทยอันดับหนึ่งในดวงใจ
แถมนักแสดงนำยังเป็น มาช่า ที่พักนี้ไม่ค่อยเห็นแสดงหนังเลย
งานนี้ไปดูกับน้องสาว เผื่อร้องจ๊ากอะไรขึ้นมาในโรงหนังจะได้ไม่เสียฟอร์ม(มาก)
ความสนุกของหนังอยู่ที่การหักมุมมากกว่าการหลอกของผี
(น้องสาวผมบอกว่าเดาได้ตั้งแต่ผีโผล่ออกมาแล้วว่ามันต้องหักมุมแบบนี้)
เอาเป็นว่าน่ากลัวในโรงหนังแต่ไม่มีอะไรให้เก็บไปนอนฝันเหมือนเรื่อง shutter เลย
แต่ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดีครับ ถ้าเทียบกับมาตรฐานหนังไทยในช่วงนี้ แต่ออกจะน่ากลัวน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผลงานของผู้กำกับคู่เดียวกันจากหนังเรื่องที่แล้ว
จริง ๆ หนังที่มีบทหนังดีนี่ถึงแม้ตัวหนังจะมี effect ไม่มาก ก็ทำให้หนังน่าดูได้มากขึ้นนะเนี่ย
2) ในที่สุดก็ตัดสกินเฮดซะที
อยากตัดมานานแล้วทรงนี้ แต่กลัวคนรอบข้างรับไม่ได้
หลังจากที่ชิมลางด้วยการไว้หนวดไว้เคราแล้วไม่มีเสียงตอบรับในทางลบมาก(เท่าไหร่)
สงกรานต์นี้ก็เลยถือเป็นฤกษ์ดีในการตัดสกินเฮดซะเลย
ตอนแรกคิดว่าตัดแล้วจะออกมาเหมือนวิน ดีเซล กลายเป็นหลวงจีนวัดเส้าหลินซะงั้น
ถ้ามีธูปจี้ไปอีกหกจุด กลางหน้าผากนี่ใช่เลย
มีเพื่อน(รัก) เข้ามาคอมเม้นท์ว่าถ้าถอดแว่นออกนี่พี่ป้างชัดๆ
เอาเป็นว่าตอนนี้เย็นกบาลต้อนรับสงกรานต์ล่ะคร้าบบบ
3) สงกรานต์ปีนี้ก็ไม่ได้เล่นน้ำอย่างเคย
คงแก่เกินไปแล้วสำหรับผมที่จะออกไปเล่นน้ำ ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะเห็นน้อง ๆ หนู ๆ ในชุดเปียกๆ
แต่ก็กลัวแสงแดดแผดเผาให้หน้าเราเหี่ยว(ยิ่งกว่าเดิม)
เอาไว้ดูทางทีวี – หรือ อีเมล์ ซึ่งก็แล้วแต่จะมีผู้ใจบุญ?? ส่งมาให้
สงกรานต์ปีนี้เป็นปีแรก ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ล่วงเข้ามากล้ำกลายแม้ปลายลิ้น
เหมือนยุ่ง ๆ อยู่กับการเดินทางแวะไปหาคนโน้นคนนี้ที เลยไม่มีเวลานานพอที่จะแวะดื่มอะไรเป็นเรื่องเป็นราว
หรือเราแก่ขึ้นอีกแล้ว
….โอ กาลเวลาช่างโหดร้าย
4) อ่านหนังสือจบไปอีกหลาย….เล่ม
ด้วยเวลาว่างอันมากเหลือหลาย ในช่วงนี้
หนังสือ สองสามเล่มที่สอยมาจากสัปดาห์หนังสือ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนก็เลยถูกเอามาอ่าน
ไม่รู้ (Innocent)
เรื่องราวลึกลับ ซ่อนเงื่อน แถมยังมีเพื่อนทรยศอีก เป็นหนังสือชวนติดตาม ที่อ่านสนุกพอเพลิน ๆ
พอเพลิน ๆ แต่ก็ลากเอาผมไปนอนเอาเกือบตีสอง เมื่ออ่านมันจบ - สมกับคำว่า “unputdownable” อย่างที่เค้าโฆษณาเอาไว้บนหน้าปก
ซ้อน (The Final Detail)
หนังสือเล่มที่หก ในซีรี่ส์ของไมรอน โบลิทาร์ เอเย่นต์นักกีฬาที่มักจะต้องพาตัวเองให้เป็นนักสืบจำเป็นอยู่เสมอ
เป็นผลพวงมาจากห้าเล่มแรกที่ต๋อมแต๋มซื้อมาให้
พอเล่มหกออกมาคราวนี้ก็เลยต้องควักกระเป๋าซื้อเอง – แน่นอน พออ่านจบแล้วต๋อมแต๋มเธอก็ยืมต่อ
แสงดาวฝั่งทะเล
อันนี้เป็นนิยายไทยเขียนโดย กิ่งฉัตร
เล่มนี้ยืมต๋อมแต๋มมาอ่านตอนว่าง ๆ ช่วงสงกรานต์ เล่มนี้ใช้เวลาอ่านนานมาก เพราะอ่านไปหลับไป แต่ก็อ่านพอเพลิน ๆ สไตล์นิยายไทย ประมาณ นางเอกผู้แสนดี โดนพระเอกผู้โหดร้าย คอยตามเชือดเฉือน ด้วยวาจา อะไรประมาณนั้น
(ปล นิยายเล่มนี้ออกแนว สารคดีท่องเที่ยวไปในตัว)
แผนลวงสะท้านโลก (Deception Point)
เป็นนิยายเก่าที่ซื้อแล้ว แล้วก็อ่านไว้นานแล้ว เอากลับมาอ่านใหม่ก็ยังสนุกอยู่ ในบรรดาหนังสือของ แดน บราวน์ ที่ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพวกลัทธิต่าง ๆ (อย่างเช่น Davinci’s code หรือ Angels & Demons) ผมว่าเรื่องนี้ - Deception Point - เป็นเรื่องที่เจ๋งที่สุด
ศิลปะการต้มตุ๋น (The Art of the Steal)
หนังสือเล่มที่สองของ Frank W. Abagnale ต่อจาก Catch Me if You can
เล่มนี้ก็อ่านจบนานแล้วเหมือนกัน แต่ก็ยังทรงคุณค่าในการกลับมาอ่านซ้ำอีกรอบ
ตอนนี้อยู่ในระหว่างการอ่านรอบสองอยู่…
1) ไปดูเรื่องแฝดมาแล้ว
เพราะรู้มาว่าเป็นผู้กำกับเดียวกันกับเรื่อง Shutter กดติดวิญญาณ หนังผีไทยอันดับหนึ่งในดวงใจ
แถมนักแสดงนำยังเป็น มาช่า ที่พักนี้ไม่ค่อยเห็นแสดงหนังเลย
งานนี้ไปดูกับน้องสาว เผื่อร้องจ๊ากอะไรขึ้นมาในโรงหนังจะได้ไม่เสียฟอร์ม(มาก)
ความสนุกของหนังอยู่ที่การหักมุมมากกว่าการหลอกของผี
(น้องสาวผมบอกว่าเดาได้ตั้งแต่ผีโผล่ออกมาแล้วว่ามันต้องหักมุมแบบนี้)
เอาเป็นว่าน่ากลัวในโรงหนังแต่ไม่มีอะไรให้เก็บไปนอนฝันเหมือนเรื่อง shutter เลย
แต่ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดีครับ ถ้าเทียบกับมาตรฐานหนังไทยในช่วงนี้ แต่ออกจะน่ากลัวน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผลงานของผู้กำกับคู่เดียวกันจากหนังเรื่องที่แล้ว
จริง ๆ หนังที่มีบทหนังดีนี่ถึงแม้ตัวหนังจะมี effect ไม่มาก ก็ทำให้หนังน่าดูได้มากขึ้นนะเนี่ย
2) ในที่สุดก็ตัดสกินเฮดซะที
อยากตัดมานานแล้วทรงนี้ แต่กลัวคนรอบข้างรับไม่ได้
หลังจากที่ชิมลางด้วยการไว้หนวดไว้เคราแล้วไม่มีเสียงตอบรับในทางลบมาก(เท่าไหร่)
สงกรานต์นี้ก็เลยถือเป็นฤกษ์ดีในการตัดสกินเฮดซะเลย
ตอนแรกคิดว่าตัดแล้วจะออกมาเหมือนวิน ดีเซล กลายเป็นหลวงจีนวัดเส้าหลินซะงั้น
ถ้ามีธูปจี้ไปอีกหกจุด กลางหน้าผากนี่ใช่เลย
มีเพื่อน(รัก) เข้ามาคอมเม้นท์ว่าถ้าถอดแว่นออกนี่พี่ป้างชัดๆ
เอาเป็นว่าตอนนี้เย็นกบาลต้อนรับสงกรานต์ล่ะคร้าบบบ
3) สงกรานต์ปีนี้ก็ไม่ได้เล่นน้ำอย่างเคย
คงแก่เกินไปแล้วสำหรับผมที่จะออกไปเล่นน้ำ ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะเห็นน้อง ๆ หนู ๆ ในชุดเปียกๆ
แต่ก็กลัวแสงแดดแผดเผาให้หน้าเราเหี่ยว(ยิ่งกว่าเดิม)
เอาไว้ดูทางทีวี – หรือ อีเมล์ ซึ่งก็แล้วแต่จะมีผู้ใจบุญ?? ส่งมาให้
สงกรานต์ปีนี้เป็นปีแรก ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ล่วงเข้ามากล้ำกลายแม้ปลายลิ้น
เหมือนยุ่ง ๆ อยู่กับการเดินทางแวะไปหาคนโน้นคนนี้ที เลยไม่มีเวลานานพอที่จะแวะดื่มอะไรเป็นเรื่องเป็นราว
หรือเราแก่ขึ้นอีกแล้ว
….โอ กาลเวลาช่างโหดร้าย
4) อ่านหนังสือจบไปอีกหลาย….เล่ม
ด้วยเวลาว่างอันมากเหลือหลาย ในช่วงนี้
หนังสือ สองสามเล่มที่สอยมาจากสัปดาห์หนังสือ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนก็เลยถูกเอามาอ่าน
ไม่รู้ (Innocent)
เรื่องราวลึกลับ ซ่อนเงื่อน แถมยังมีเพื่อนทรยศอีก เป็นหนังสือชวนติดตาม ที่อ่านสนุกพอเพลิน ๆ
พอเพลิน ๆ แต่ก็ลากเอาผมไปนอนเอาเกือบตีสอง เมื่ออ่านมันจบ - สมกับคำว่า “unputdownable” อย่างที่เค้าโฆษณาเอาไว้บนหน้าปก
ซ้อน (The Final Detail)
หนังสือเล่มที่หก ในซีรี่ส์ของไมรอน โบลิทาร์ เอเย่นต์นักกีฬาที่มักจะต้องพาตัวเองให้เป็นนักสืบจำเป็นอยู่เสมอ
เป็นผลพวงมาจากห้าเล่มแรกที่ต๋อมแต๋มซื้อมาให้
พอเล่มหกออกมาคราวนี้ก็เลยต้องควักกระเป๋าซื้อเอง – แน่นอน พออ่านจบแล้วต๋อมแต๋มเธอก็ยืมต่อ
แสงดาวฝั่งทะเล
อันนี้เป็นนิยายไทยเขียนโดย กิ่งฉัตร
เล่มนี้ยืมต๋อมแต๋มมาอ่านตอนว่าง ๆ ช่วงสงกรานต์ เล่มนี้ใช้เวลาอ่านนานมาก เพราะอ่านไปหลับไป แต่ก็อ่านพอเพลิน ๆ สไตล์นิยายไทย ประมาณ นางเอกผู้แสนดี โดนพระเอกผู้โหดร้าย คอยตามเชือดเฉือน ด้วยวาจา อะไรประมาณนั้น
(ปล นิยายเล่มนี้ออกแนว สารคดีท่องเที่ยวไปในตัว)
แผนลวงสะท้านโลก (Deception Point)
เป็นนิยายเก่าที่ซื้อแล้ว แล้วก็อ่านไว้นานแล้ว เอากลับมาอ่านใหม่ก็ยังสนุกอยู่ ในบรรดาหนังสือของ แดน บราวน์ ที่ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพวกลัทธิต่าง ๆ (อย่างเช่น Davinci’s code หรือ Angels & Demons) ผมว่าเรื่องนี้ - Deception Point - เป็นเรื่องที่เจ๋งที่สุด
ศิลปะการต้มตุ๋น (The Art of the Steal)
หนังสือเล่มที่สองของ Frank W. Abagnale ต่อจาก Catch Me if You can
เล่มนี้ก็อ่านจบนานแล้วเหมือนกัน แต่ก็ยังทรงคุณค่าในการกลับมาอ่านซ้ำอีกรอบ
ตอนนี้อยู่ในระหว่างการอ่านรอบสองอยู่…
Labels: กลับมาเชียงใหม่

1 Comments:
At 2:19 AM,
eek said…
ซ้อน (The Final Detail) ไม่รู้ (Innocent) แผนลวงสะท้านโลก (Deception Point) ศิลปะการต้มตุ๋น (The Art of the Steal)
กะ แสงดาวฝั่งทะเล -------- ดูแค่ชื่อเรื่องก็รู้แล้วว่าใครเป็นคนอ่อนโยน
หมายความตามนี้คร้าบบบบบบบ
Post a Comment
<< Home