My Bangkok Portrait

Monday, April 16, 2007

อะไรบ้างที่เกิดขึ้นช่วงสงกรานต์ปีนี้


1) ไปดูเรื่องแฝดมาแล้ว

เพราะรู้มาว่าเป็นผู้กำกับเดียวกันกับเรื่อง Shutter กดติดวิญญาณ หนังผีไทยอันดับหนึ่งในดวงใจ
แถมนักแสดงนำยังเป็น มาช่า ที่พักนี้ไม่ค่อยเห็นแสดงหนังเลย
งานนี้ไปดูกับน้องสาว เผื่อร้องจ๊ากอะไรขึ้นมาในโรงหนังจะได้ไม่เสียฟอร์ม(มาก)

ความสนุกของหนังอยู่ที่การหักมุมมากกว่าการหลอกของผี
(น้องสาวผมบอกว่าเดาได้ตั้งแต่ผีโผล่ออกมาแล้วว่ามันต้องหักมุมแบบนี้)

เอาเป็นว่าน่ากลัวในโรงหนังแต่ไม่มีอะไรให้เก็บไปนอนฝันเหมือนเรื่อง shutter เลย

แต่ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดีครับ ถ้าเทียบกับมาตรฐานหนังไทยในช่วงนี้ แต่ออกจะน่ากลัวน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผลงานของผู้กำกับคู่เดียวกันจากหนังเรื่องที่แล้ว

จริง ๆ หนังที่มีบทหนังดีนี่ถึงแม้ตัวหนังจะมี effect ไม่มาก ก็ทำให้หนังน่าดูได้มากขึ้นนะเนี่ย


2) ในที่สุดก็ตัดสกินเฮดซะที
อยากตัดมานานแล้วทรงนี้ แต่กลัวคนรอบข้างรับไม่ได้
หลังจากที่ชิมลางด้วยการไว้หนวดไว้เคราแล้วไม่มีเสียงตอบรับในทางลบมาก(เท่าไหร่)
สงกรานต์นี้ก็เลยถือเป็นฤกษ์ดีในการตัดสกินเฮดซะเลย

ตอนแรกคิดว่าตัดแล้วจะออกมาเหมือนวิน ดีเซล กลายเป็นหลวงจีนวัดเส้าหลินซะงั้น
ถ้ามีธูปจี้ไปอีกหกจุด กลางหน้าผากนี่ใช่เลย
มีเพื่อน(รัก) เข้ามาคอมเม้นท์ว่าถ้าถอดแว่นออกนี่พี่ป้างชัดๆ

เอาเป็นว่าตอนนี้เย็นกบาลต้อนรับสงกรานต์ล่ะคร้าบบบ

3) สงกรานต์ปีนี้ก็ไม่ได้เล่นน้ำอย่างเคย
คงแก่เกินไปแล้วสำหรับผมที่จะออกไปเล่นน้ำ ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะเห็นน้อง ๆ หนู ๆ ในชุดเปียกๆ
แต่ก็กลัวแสงแดดแผดเผาให้หน้าเราเหี่ยว(ยิ่งกว่าเดิม)

เอาไว้ดูทางทีวี – หรือ อีเมล์ ซึ่งก็แล้วแต่จะมีผู้ใจบุญ?? ส่งมาให้


สงกรานต์ปีนี้เป็นปีแรก ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ล่วงเข้ามากล้ำกลายแม้ปลายลิ้น

เหมือนยุ่ง ๆ อยู่กับการเดินทางแวะไปหาคนโน้นคนนี้ที เลยไม่มีเวลานานพอที่จะแวะดื่มอะไรเป็นเรื่องเป็นราว

หรือเราแก่ขึ้นอีกแล้ว

….โอ กาลเวลาช่างโหดร้าย


4) อ่านหนังสือจบไปอีกหลาย….เล่ม
ด้วยเวลาว่างอันมากเหลือหลาย ในช่วงนี้
หนังสือ สองสามเล่มที่สอยมาจากสัปดาห์หนังสือ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนก็เลยถูกเอามาอ่าน

ไม่รู้ (Innocent)
เรื่องราวลึกลับ ซ่อนเงื่อน แถมยังมีเพื่อนทรยศอีก เป็นหนังสือชวนติดตาม ที่อ่านสนุกพอเพลิน ๆ
พอเพลิน ๆ แต่ก็ลากเอาผมไปนอนเอาเกือบตีสอง เมื่ออ่านมันจบ - สมกับคำว่า “unputdownable” อย่างที่เค้าโฆษณาเอาไว้บนหน้าปก


ซ้อน (The Final Detail)
หนังสือเล่มที่หก ในซีรี่ส์ของไมรอน โบลิทาร์ เอเย่นต์นักกีฬาที่มักจะต้องพาตัวเองให้เป็นนักสืบจำเป็นอยู่เสมอ
เป็นผลพวงมาจากห้าเล่มแรกที่ต๋อมแต๋มซื้อมาให้
พอเล่มหกออกมาคราวนี้ก็เลยต้องควักกระเป๋าซื้อเอง – แน่นอน พออ่านจบแล้วต๋อมแต๋มเธอก็ยืมต่อ

แสงดาวฝั่งทะเล
อันนี้เป็นนิยายไทยเขียนโดย กิ่งฉัตร
เล่มนี้ยืมต๋อมแต๋มมาอ่านตอนว่าง ๆ ช่วงสงกรานต์ เล่มนี้ใช้เวลาอ่านนานมาก เพราะอ่านไปหลับไป แต่ก็อ่านพอเพลิน ๆ สไตล์นิยายไทย ประมาณ นางเอกผู้แสนดี โดนพระเอกผู้โหดร้าย คอยตามเชือดเฉือน ด้วยวาจา อะไรประมาณนั้น
(ปล นิยายเล่มนี้ออกแนว สารคดีท่องเที่ยวไปในตัว)

แผนลวงสะท้านโลก (Deception Point)
เป็นนิยายเก่าที่ซื้อแล้ว แล้วก็อ่านไว้นานแล้ว เอากลับมาอ่านใหม่ก็ยังสนุกอยู่ ในบรรดาหนังสือของ แดน บราวน์ ที่ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพวกลัทธิต่าง ๆ (อย่างเช่น Davinci’s code หรือ Angels & Demons) ผมว่าเรื่องนี้ - Deception Point - เป็นเรื่องที่เจ๋งที่สุด

ศิลปะการต้มตุ๋น (The Art of the Steal)
หนังสือเล่มที่สองของ Frank W. Abagnale ต่อจาก Catch Me if You can
เล่มนี้ก็อ่านจบนานแล้วเหมือนกัน แต่ก็ยังทรงคุณค่าในการกลับมาอ่านซ้ำอีกรอบ
ตอนนี้อยู่ในระหว่างการอ่านรอบสองอยู่…

Labels:

1 Comments:

  • At 2:19 AM, Blogger eek said…

    ซ้อน (The Final Detail) ไม่รู้ (Innocent) แผนลวงสะท้านโลก (Deception Point) ศิลปะการต้มตุ๋น (The Art of the Steal)
    กะ แสงดาวฝั่งทะเล -------- ดูแค่ชื่อเรื่องก็รู้แล้วว่าใครเป็นคนอ่อนโยน

    หมายความตามนี้คร้าบบบบบบบ

     

Post a Comment

<< Home